close

ส่วนยุทธศาสตร์และสารสนเทศ

สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา

ผู้ดูแลระบบ

ความหลากหลายทางชีวภาพจังหวัดนครราชสีมา
 
 ขยายขนานเต็ม
 
http://icons.iconarchive.com/icons/ergosign/world-animal/24/elephant-icon.pngความหมายของความหลากหลายทางชีวภาพ


     คำว่า
 ความหลากหลายทางชีวภาพ มาจาก biodiversity หรือ biological diversity ความหลากหลาย (diversity) หมายถึง มีมากมายและแตกต่าง ทางชีวภาพ (biological) หมายถึง ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิต
    
     ความหลากหลายทางชีวภาพ
 หมาย ถึง การมีสิ่งมีชีวิตนานาชนิด นานาพันธุ์ในระบบนิเวศอันเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย ซึ่งมีมากมายและแตกต่างกันทั่วโลก หรือง่ายๆ คือ การที่มีชนิดพันธุ์ (species) สายพันธุ์ (genetic) และระบบนิเวศ (ecosystem) ที่แตกต่างหลากหลายบนโลก

http://icons.iconarchive.com/icons/ergosign/world-animal/24/elephant-icon.pngความหลากหลายทางชีวภาพสำคัญอย่างไร


     ความหลากหลายทางชีวภาพมีอยู่ระหว่างสายพันธุ์ ระหว่างชนิดพันธุ์ และระหว่างระบบนิเวศ

     ความ หลากหลายทางชีวภาพระหว่างสายพันธุ์ ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด คือ ความแตกต่างระหว่างพันธุ์พืชและสัตว์ต่างๆ ที่ใช้ในการเกษตร ความแตกต่างหลากหลายระหว่างสายพันธุ์ ทำให้สามารถเลือกบริโภคข้าวจ้าว หรือข้าวเหนียว ตามที่ต้องการได้ หากไม่มีความหลากหลายของสายพันธุ์ต่างๆ แล้ว อาจจะต้องรับประทานส้มตำปูเค็มกับข้าวเจ้าก็เป็นได้ ความแตกต่างที่มีอยู่ในสายพันธุ์ต่างๆ ยังช่วยให้เกษตรกรสามารถเลือกสายพันธุ์ปศุสัตว์ และสัตว์ปีก เพื่อให้เหมาะสมตามความต้องการของตลาดได้ เช่น ไก่พันธุ์เนื้อ ไก่พันธุ์ไข่ดก วัวพันธุ์นม และวัวพันธุ์เนื้อ เป็นต้น

     ความ หลากหลายระหว่างชนิดพันธุ์ สามารถพบเห็นได้โดยทั่วไปถึงความแตกต่างระหว่างพืชและสัตว์แต่ละชนิด ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ที่อยู่ใกล้ตัว เช่น สุนัข แมว จิ้งจก ตุ๊กแก กา นกพิราบ และนกกระจอก เป็นต้น หรือสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในป่าเขาลำเนาไพร เช่น เสือ ช้าง กวาง กระจง เก้ง ลิง ชะนี หมี และวัวแดง เป็นต้น พื้นที่ธรรมชาติเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างหลากหลาย แต่ว่ามนุษย์ได้นำเอาสิ่งมีชีวิตมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตร และอุตสาหกรรม น้อยกว่าร้อยละ
5 ของสิ่งมีชีวิตทั้งหมด ในความเป็นจริงพบว่ามนุษย์ได้ใช้พืชเป็นอาหารเพียง 3,000 ชนิด จากพืชที่มีท่อลำเลียง (vascular plant) ที่มีอยู่ทั้งหมดในโลกถึง 320,000 ชนิด ทั้งๆ ที่ประมาณร้อยละ 25 ของพืชที่มีท่อลำเลียงนี้สามารถนำมาบริโภคได้ สำหรับชนิดพันธุ์สัตว์นั้น มนุษย์ได้นำเอาสัตว์เลี้ยงมาเพื่อใช้ประโยชน์เพียง 30 ชนิด จากสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังทั้งหมดที่มีในโลกประมาณ 50,000 ชนิด (UNEP 1995)

     ความหลากหลายระหว่างระบบนิเวศเป็นความหลากหลายทางชีวภาพซึ่งซับซ้อน สามารถเห็นได้จากความแตกต่างระหว่างระบบนิเวศประเภทต่างๆ เช่น
 ป่า ดงดิบ ทุ่งหญ้า ป่าชายเลน ทะเลสาบ บึง หนอง ชายหาด แนวปะการัง ตลอดจนระบบนิเวศที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น ทุ่งนา อ่างเก็บน้ำ หรือแม้กระทั้งชุมชนเมือง
ของเราเอง ในระบบนิเวศเหล่านี้ สิ่งมีชีวิตก็ต่างชนิดกัน และมีสภาพการอยู่อาศัยแตกต่างกัน

ความ แตกต่างหลากหลายระหว่างระบบนิเวศ ทำให้โลกมีถิ่นที่อยู่อาศัยเหมาะสมสำหรับสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆ ระบบนิเวศแต่ละประเภทให้ประโยชน์แก่การดำรงชีวิตของมนุษย์แตกต่างกัน หรืออีกนัยหนึ่งให้
'บริการทางสิ่งแวดล้อม' (environmental service) ต่าง กันด้วย อาทิ ป่าไม้ทำหน้าที่ดูดซับน้ำ ไม่ให้เกิดน้ำท่วมและการพังทลายของดิน ส่วนป่าชายเลนทำหน้าที่เก็บตะกอนไม่ให้ไปทบถมจนบริเวณปากอ่าวตื้นเขิน ตลอดจนป้องกันการกัดเซาะบริเวณชายฝั่งจากกระแสลมและคลื่นด้วย


http://icons.iconarchive.com/icons/ergosign/world-animal/24/elephant-icon.pngความหลากหลายทางชีวภาพในป่าธรรมชาติ


     ความหลากหลายทางชีวภาพ (
Biological diversidy) บน โลกเรานั้นมีเป็นจำนวนมากซึ่งจะสังเกตเห็นง่ายๆ ได้จากการที่มีชนิดของสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์มากมายซึ่งมีรูปร่างลักษณะ แตกต่างกัน พบอยู่กระจัดกระจายทั่วไป ตามแหล่งธรรมชาติต่างๆ ทั่วโลก สิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆ เหล่านี้เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่าและสำคัญอย่างยิ่งต่อความอยู่รอด ของมนุษย์เรา โดยที่ส่วนหนึ่งมนุษย์เราได้รู้จักและนำมาใช้ประโยชน์เป็นปัจจัยสี่แล้ว แต่ส่วนใหญ่มนุษย์เรายังไม่รู้จักและยังไม่ได้ทำการศึกษาและนำมาใช้ให้เกิด ประโยชน์สูงสุดเลย ปัจจุบันพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ต่างๆ กำลังถูกทำลายลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากมนุษย์มีอัตราการเพิ่มประชากรรวดเร็ว มากและมีความต้องการที่อยู่อาศัยที่ทำกินเพิ่มขึ้น จึงได้เข้าไปทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตจนลดจำนวนลงไป ทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณป่าเขตร้อนของโลก ซึ่งคาดว่าเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์พืชและสัตว์ต่างๆ ไว้จำนวนมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของที่มีในโลก กำลังมีอัตราการถูกทำลายอย่างรวดเร็วและรุนแรงกว่าแหล่งธรรมชาติอื่นๆ

      การ ที่โลกเรามีจำนวนชนิดของสิ่งมีชีวิตมากมายมหาศาล และมีพื้นที่ที่อยู่อาศัยกว้างขวางมาก ประกอบกับการให้การสนใจศึกษาสิ่งมีชีวิตแต่ละประเภทแตกต่างกัน จึงทำให้มนุษย์ยังไม่ทราบแน่นอนว่า มีสิ่งมีชีวิตทั้งหมดกี่ชนิดในโลก Erwin (1983) ประมาณว่าเฉพาะแมลงอย่างเดียวในป่าดิบชื้นของโลกอาจมีจำนวนสูงถึง 30 ล้านชนิด ซึ่งจากตัวเลขนี้ทำให้นักชีววิทยาหลายท่านคาดว่าถ้าเป็นตัวเลขใกล้เคียงกับ ความจริงแล้ว จะยังมีจำนวนสิ่งมีชีวิตอีกหลายบริเวณที่มนุษย์ยังไม่ได้ทำการศึกษาค้นคว้า ถึงจำนวนของสิ่งมีชีวิตอย่างจริงจัง เช่น บริเวณพื้นก้นมหาสมุทร บริเวณเขตปะการัง และบริเวณใต้ดินของป่าเขตร้อน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม Wilson (1988) ได้ให้ความเห็นภายหลังที่ได้รวบรวมหลักฐานจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ว่าตัวเลขจริงของจำนวนชนิดของสิ่งมีชีวิตน่าจะอยู่ระหว่าง 5 – 30 ล้านชนิด ในจำนวนนี้มีสิ่งมีชีวิตที่ถูกค้นพบและถูกตั้งชื่อวิทยาศาสตร์แล้วประมาณ 1.4 ล้านชนิดเท่านั้น (Parker, 1982) ซึ่งเป็นพืชพวกที่มีท่อลำเลียงจำนวนประมาณ 230,000 ชนิด สัตว์มีกระดูกสันหลังประมาณ 41,000 ชนิด แมลงประมาณ 750,000 ชนิด และที่เหลืออีกประมาณ 379,000 ชนิด เป็นสัตว์พวกไม่มีกระดูกสันหลัง เห็ด รา สาหร่าย และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กอื่นๆ ประมาณว่าในบรรดาพืชพวกที่มีท่อลำเลียง มนุษย์ได้นำมาใช้ประโยชน์แล้วกว่า 7,000 ชนิด และในจำนวนนี้มีประมาณ 20 ชนิด ที่เป็นพืชอาหารหลักของมนุษย์ จากตัวเลขข้างต้นจะเห็นได้ว่ายังมีสิ่งมีชีวิตที่มนุษย์เรายังไม่ได้ศึกษา และรู้จักอีกเป็นจำนวนมาก และที่แน่นอนที่สุดยังมีประโยชน์ที่มนุษย์เราจะได้รับอีกมากมายจากความหลาก หลายเหล่านี้

     จาก ข้อมูลการสำรวจความหลากหลายของชนิดของพืชและสัตว์ในป่าธรรมชาติของไทยพบว่า ประเทศไทยเป็นแหล่งที่มีความหลากหลายอยู่ในลำดับสูงมากแห่งหนึ่งของโลก ประเทศไทยซึ่งมีขนาดเพียง 0.36 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่บกของโลก แต่ปรากฏว่ามีความหลากหลายของสัตว์มีกระดูกสันหลังและพืชพวกที่มีท่อลำเลียงสูงตั้งแต่ 2.6 – 10.1 เปอร์เซ็นต์ ของที่มีในโลกสัตว์บางประเภท เช่น สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ซึ่งพบว่ามีจำนวนน้อย คือมีประมาณ 2.6 เปอร์เซ็นต์ ของสัตว์ประเภทนี้ในโลกก็เป็นที่คาดกันว่าน่าจะมีตัวเลขจริงสูงกว่านี้ เพราะสัตว์ประเภทนี้ยังไม่ได้รับการสนใจศึกษาและค้นหาอย่างจริงจังเลย

     สาเหตุ สำคัญที่ทำให้ป่าธรรมชาติของไทยมีความหลากหลายของพันธุ์พืชและสัตว์ในปริมาณ สูงมีหลายประการ ประการแรกคือ ประเทศไทยตั้งอยู่ในโซนร้อนเหนือเส้นศูนย์สูตรเล็กน้อยและอยู่ติดทะเล จึงมีสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมต่อการอยู่รอด การเจริญเติบโต และการแพร่พันธุ์ของสิ่งมีชีวิตหลายชนิดตลอดปี อย่างไรก็ตามสภาพภูมิอากาศจะแตกต่างกันบ้างในภาคต่างๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ตั้งของภาคและความสูงต่ำของพื้นที่ แต่โดยรวมแล้วสภาพภูมิอากาศของไทยจะไม่เปลี่ยนแปลงรุนแรงและรวดเร็วมาก เหมือนในเขตอบอุ่นและเขตหนาว จึงไม่เป็นปัจจัยจำกัดในการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิต ประการที่สองสภาพภูมิประเทศในภาคต่างๆ ของไทยมีความแตกต่างกัน เช่น ภาคเหนือเป็นเขาสูง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นที่ราบสูง ภาคกลางเป็นที่ราบลุ่ม ส่วนภาคใต้เป็นเขาสูงสลับกับที่ราบ และมีลมมรสุมพัดผ่านตลอดปี สภาพความหลากหลายของภูมิประเทศและดินฟ้าอากาศดังกล่าว ได้เอื้ออำนวยให้เกิดความหลากหลายของป่าธรรมชาติไม่ต่ำกว่า 12 ประเภท ตัวอย่างเช่น ป่าดิบเขา ป่าสนเขา ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง ป่าดิบชื้น ป่าพรุ ป่าชายเลน เป็นต้น ซึ่งป่าแต่ละประเภทก็จะมีลักษณะเฉพาะตัว และมีพันธุ์พืชและสัตว์แตกต่างกันไปบ้างไม่มากก็น้อยด้วย ประการที่สาม ประเทศไทยตั้งอยู่บริเวณศูนย์กลางที่มีการกระจายพันธุ์ของพืชและสัตว์เข้ามา จากประเทศเพื่อนบ้านรอบด้าน เช่น ทางเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือจะได้รับอิทธิพลจากพม่า จากเทือกเขาหิมาลัย และจากจีนตอนใต้ ส่วนทางภาคใต้จะได้รับอิทธิพลจากมาเลเซีย เป็นต้น จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้นจึงทำให้ประเทศไทยเป็นแหล่งที่รวบรวมเอาความหลาก หลายทางชีวภาพไว้มากที่สุดแห่งหนึ่ง

     ความ หลากหลายของทรัพยากรพืชและสัตว์ของไทย จะอำนวยประโยชน์ให้กับปวงชนของชาติได้อีกคณานับ หากเรามีมาตราการที่แน่นอนและเหมาะสมในการป้องกันรักษาความหลากหลายเหล่านี้ ทุกชนิดไว้เพื่อประโยชน์ในวันข้างหน้า เพราะพืชและสัตว์ไม่ว่าชนิดใดจะเป็นส่วนประกอบสำคัญของระบบนิเวศน์ และนำมาซึ่งความสมดุลในระบบ นักนิเวศวิทยาเชื่อว่า บริเวณที่มีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตสูงบริเวณนั้นจะมีความสมดุลในระบบสูง นั่นคือสิ่งมีชีวิตทุกชนิดไม่ว่าพืชหรือสัตว์ ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ จะมีความสำคัญต่อการเสริมสร้างความแข็งแรงในระบบ เนื่องจากสิ่งมีชีวิตจะมีความเกี่ยวพันกันเป็นลูกโซ่หรือเป็นสายใยที่ซับ ซ้อนภายในระบบ คือมีการถ่ายทอดพลังงานโดยการกินกันเป็นทอดๆ มีการพึ่งพาอาศัยเกื้อกูลให้ประโยชน์ต่อกันและกัน และมีการควบคุมกันเองให้มีจำนวนพอเหมาะไม่มากไม่น้อยเกินไปด้วย การที่สิ่งมีชีวิตมีความผูกพันกันดังกล่าว ถ้ามีสิ่งมีชีวิตชนิดใดชนิดหนึ่งสูญพันธุ์ไป ก็จะต้องกระทบกระเทือนถึงสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นโดยเฉพาะชนิดที่มีความสัมพันธ์ ใกล้ชิดกันด้วย แต่การกระทบกระเทือนจะรุนแรงน้อยกว่าในระบบหรือบริเวณที่มีความหลากหลายของ สิ่งมีชีวิตสูงกว่า

     ดัง นั้นเราจึงควรให้ความสำคัญกับพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ต่างๆ ทุกชนิด ซึ่งมนุษย์ส่วนใหญ่จะมองความสำคัญในแง่ที่ให้ประโยชน์โดยตรงและเห็นได้ชัด เป็นหลัก แต่ไม่ได้มองให้ลึกไปถึงความสำคัญของสิ่งมีชีวิตนั้นๆ ในระบบและประโยชน์ทางอ้อมที่มนุษย์จะได้รับ ตัวอย่างเช่น ในสวนผลไม้ที่มีฟาร์มเลี้ยงผึ้งหลายแห่งในประเทศไทย เจ้าของสวนมักจะยิงนกทุกชนิดที่เข้ามาในบริเวณเลี้ยงผึ้ง เพราะคิดแต่เพียงว่านกเป็นศัตรูของผึ้งและทำให้เจ้าของสวนเสียหาย ควรที่จะกำจัดนกให้หมดไป แต่จากการศึกษาภายหลังพบว่ามีนกน้อยชนิดมากที่กินผึ้ง และในพวกที่กินผึ้งก็กินในสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับที่กินแมลงชนิด อื่นที่เป็นตัวทำลายพืช ผัก และผลไม้ที่ปลูกในสวน และยังกินแมลงที่เป็นศัตรูของผึ้งอีกด้วย ตัวอย่างนี้จึงชี้ให้เห็นได้ชัดถึงประโยชน์ของสิ่งมีชีวิตบางชนิดที่มนุษย์ เรามองไม่เห็นเพราะไม่ทราบถึงความสำคัญของมัน ประโยชน์ของความหลากหลายของพันธุ์พืชและสัตว์ในป่าธรรมชาติยังมีอีกมากมาย หลายประการ เช่น มีพืชสมุนไพรหลายชนิดที่มนุษย์นำมาใช้เป็นยารักษาโรค ที่ทราบและนำมาใช้แล้วก็มีอยู่มากมายหลายชนิด แต่ที่ยังไม่ทราบก็ยังคงมีอยู่อีกมาก

     มนุษย์ อาจนำสมุนไพรเหล่านี้มาใช้โดยตรงหรือนำมาเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาหรือทำ การสังเคราะห์ตัวยาที่จะเป็นประโยชน์ต่อไปได้ ประโยชน์ของความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตที่สำคัญมากอีกประการหนึ่งต่อมนุษย์ คือ จากอดีตจนถึงปัจจุบันมนุษย์ได้รู้จักการนำเอาพืชพันธุ์ธรรมชาติในป่ามาช่วย ในการปรับปรุงพันธุ์พืชเศรษฐกิจหลายชนิด เช่น ข้าวเจ้า ข้าวสาลี ข้าวโพด มะเขือเทศ และผลไม้ต่างๆ ที่เป็นอาหารหลักของมนุษย์ ล้วนได้ถูกปรับปรุงพันธุ์โดยอาศัยประโยชน์จากพันธุ์ป่าทั้งสิ้น ทำให้เราได้พันธุ์ที่ดี หาอาหารเก่ง ต้านทานโรคและแมลง และให้ผลผลิตสูง อนึ่งปัจจุบันความรู้ด้านเทคโนโลยีชีวภาพและพันธุวิศวกรรมเจริญก้าวหน้ามาก ขึ้น ทำให้มนุษย์สามารถปรับปรุงพันธุ์พืชและสัตว์เศรษฐกิจได้ดีขึ้นรวดเร็วกว่า เดิมหลายเท่า เช่น การตัดต่อยีนหรือหน่วยพันธุกรรมในพันธุ์เดียวกันหรือข้ามพันธุ์กัน ทำให้ได้พันธุ์ใหม่ที่มีผลผลิตสูงขึ้น เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามการปรับปรุงพันธุ์ต้องอาศัยความหลากหลายที่มีอยู่แล้วใน ธรรมชาติมาเลือกสรรให้เหมาะสม และให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามที่มนุษย์ต้องการ ซึ่งถ้าเราปล่อยให้ความหลากหลายที่มีอยู่แล้วจำนวนมากในป่าธรรมชาติของไทยลด ลงไปหรือหมดไป ประโยชน์ที่เกิดต่อประชาชนชาวไทยและพลโลกในภายภาคหน้าก็จะสูญสิ้นไปด้วย

     ปัญหา ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ คือ พื้นที่ป่าธรรมชาติทุกประเภทกำลังถูกทำลายและลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วมาก พื้นที่ป่าธรรมชาติที่เคยอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์พืชและสัตว์และเป็นผืนใหญ่ คือมีพื้นที่รวมถึงประมาณ 70% ของพื้นที่ประเทศ ปัจจุบันกลายสภาพเป็นป่าขนาดเล็กกระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศ เปรียบเสมือนสภาพของหมู่เกาะกลางทะเล คือ ถูกขวางกั้นด้วยพื้นที่เมือง ถนน และพื้นที่การเกษตร มีทฤษฎีข้อหนึ่งซึ่งได้จากการศึกษาจำนวนชนิดของสิ่งมีชีวิตบนเกาะขนาดต่างๆ ในภูมิภาคเดียวกัน กล่าวว่าจำนวนชนิดของสิ่งมีชีวิตจะมีค่าคงที่บนพื้นที่หนึ่งๆ เสมอ และพื้นที่ขนาดใหญ่จะมีจำนวนชนิดของสิ่งมีชีวิตมากกว่าพื้นที่ขนาดเล็ก ดังนั้นนักวิชาการจึงเชื่อกันว่าคงเป็นไปได้ยากมากที่จะพยายามรักษาความหลาก หลายทางชีวภาพทุกชนิดที่ธรรมชาติได้สร้างและสะสมมา เป็นเวลานานไว้ได้ทั้งหมดบนพื้นที่ขนาดเล็ก และอัตราการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตในพื้นที่ขนาดเล็กจะเร็วกว่าในพื้นที่ ขนาดใหญ่ Soule (1986) ให้ความเห็นว่าสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ เช่น สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม นก และพืชชั้นสูงบางชนิดจะลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว และจะสูญพันธุ์ไปก่อนสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ เนื่องจากได้ทำการรวบรวมขนาดของพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วโลก และพบว่าป่าอนุรักษ์ส่วนใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งป่าในเขตร้อน ปัจจุบันมีขนาดเล็กเกินไป Soule ยังให้ความเห็นเพิ่มเติมว่าป่าอนุรักษ์ควรมีขนาดตั้งแต่ 8,000 ตารางกิโลเมตรขึ้นไป จึงจะรักษาความหลากหลายทางพันธุกรรม รวมทั้งการเกิดสปีชีส์ใหม่ (speciation) ของสัตว์พวกมีกระดูกสันหลังและพืชชั้นสูงบางชนิดได้

     สาเหตุ ที่สิ่งมีชีวิตชั้นสูงสูญพันธุ์ได้ง่ายกว่าสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นเนื่องจากว่า โดยปกติจำนวนประชากรในธรรมชาติของพวกนี้จะมีจำนวนน้อยกว่าพวกอื่นอยู่แล้ว เช่น ในป่าธรรมชาติ เราจะพบว่ามีพวกเสือและเหยี่ยวจำนวนน้อยกว่าพวกสัตว์และพืชอื่นๆ มากมาย เพราะเป็นผู้ที่บริโภคสิ่งอื่นเป็นอาหาร และเป็นผู้บริโภคลำดับสุดท้าย ซึ่งเมื่อป่าที่อยู่อาศัยมีขนาดเล็กลง จำนวนประชากรก็จะลดน้อยลงไปอีกตามขนาดของพื้นที่ สิ่งที่ตามมาก็คือจะทำให้เกิดการผสมพันธุ์กันเองในกลุ่มเล็กๆ (inbreeding) ซึ่ง ผลของการผสมพันธุ์กันเองจะทำให้ความหลากหลายทางพันธุกรรมของประชากรลดลง เรื่อยๆ จนสุดท้ายสมาชิกในประชากรจะมีหน่วยทางพันธุกรรมที่ควบคุมลักษณะต่างๆ คล้ายคลึงกันมากขึ้นทุกที และเมื่อมีโรคภัยที่ร่างกายไม่สามารถต้านทานได้เกิดขึ้น สมาชิกทุกตัวก็จะอ่อนแอต่อโรคภัยนั้นเหมือนกันหมดจึงทำให้สูญพันธุ์ง่าย

     ปัจจุบันป่าอนุรักษ์ของไทย ซึ่งได้แก่ อุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าส่วนใหญ่มีขนาดเล็กกว่า 1,000 ตร.กม. ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดก็ยังมีพื้นที่เล็กเมื่อเทียบกับป่าอนุรักษ์ที่มีชื่อ เสียงของโลก แก่งกระจานเป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดมีพื้นที่เพียง 2,478 ตารางกิโลเมตร ส่วนอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ซึ่งเป็นแหล่งที่ต้องการอนุรักษ์เลียงผา ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวน 1 ใน 9 ชนิด(ปัจจุบันมี 15 ชนิด) ก็มีพื้นที่เพียง 98 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งตามหลักวิชาแล้วการจะอนุรักษ์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมขนาดใหญ่ไว้ใน พื้นที่ขนาดเล็กเท่านี้ให้คงอยู่ตลอดไปนั้นเป็นไปได้ยากมาก ป่าธรรมชาติที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สุดที่เรามีเหลืออยู่ในปัจจุบันคือ ทุ่งใหญ่นเรศวรรวมกับห้วยขาแข้ง ซึ่งเป็นป่าผืนเดียวกันมีพื้นที่รวมกันประมาณ 5,000 ตารางกิโลเมตร และถ้ารวมกับป่าในส่วนที่ติดต่อกับประเทศพม่าแล้วก็จัดได้ว่าเป็นป่าผืนใหญ่ แห่งหนึ่งในภูมิภาคนี้ที่เราควรป้องกันรักษาไว้และไม่ควร เข้าไปดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้นที่จะขวางกั้นการแพร่กระจายและการเคลื่อนที่ของพืชและสัตว์ เช่น การตัดถนนผ่าน การสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และมีรูปร่างยาว หรือการสร้างเขื่อน เป็นต้น อนึ่งบริเวณนี้เป็นจุดที่มาบรรจบกันของพันธุ์พืชและสัตว์จากทางเหนือและทาง ใต้ จึงเป็นบริเวณหนึ่งที่มีความหลากหลายสูงมาก คาดว่าเป็นแหล่งที่รวบรวมความหลากหลายไว้สูงถึงประมาณ 40% ของความหลากหลายที่มีในประเทศไทย

     จาก เหตุผลต่างๆ ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จึงสรุปได้ว่าถ้าเราจะอนุรักษ์ความหลากหลาย ที่เหลืออยู่ไว้เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจของชาติในอนาคตแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีนโยบายและมาตรการที่เร่งด่วนในการป้องกันรักษา และปรับปรุงป่าธรรมชาติที่เหลือยู่ ทั้งที่ยังดีอยู่และกำลังเสื่อมโทรมทุกแห่งอย่างเหมาะสม รวมทั้งการหาวิธีการที่ทำให้ป่าอนุรักษ์ที่มีอยู่กระจัดกระจายทั่วประเทศมี ส่วนหรือเส้นทางที่เชื่อมโยงถึงกันได้ เพื่อให้การแพร่กระจายของพันธุ์พืชและสัตว์สะดวกขึ้น นอกจากนี้รัฐบาลควรรีบเร่งสนับสนุนการศึกษาวิจัยเพื่ออนุรักษ์ความหลากหลาย รวมทั้งเร่งดำเนินการเผยแพร่ความรู้ในด้านนี้สู่ประชาชนทุกระดับด้วย

เอกสารอ้างอิง

Erwin, T.L. 1983. Beeties and Other Insects of Tropical Forest Canopies at Manaus, Brazil, Sampled by Insecticidal Fogging. pp. 59-75 in S.L. Sutton, T.C. Whitmore and A.C. Chadwick, eds, Tropical RainForest : Ecology and Management, Blackwell, Edinburgh.

Parker, S.P. ed. 1982. Synopsis and Classification of Living Organisms. McGraw-Hill, New York,. 2 vols.

Soule, M.E. ed. 1986. Conservation Biology : The Science of Scarcity and Diversity. Sinauer Associates, Sunderland, Mass. 584 pp.

Wilson, E.O. 1988. The Current State of Biological Diversity, pp. 3-18 in E.O. Wilson, ed. Biodiversity, National Academy Press, Washington D.C.

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล

     1. มูลนิธิสืบนาคะเสถียร